แพทย์ชาวสิงคโปร์รายหนึ่งก้าวขึ้นมาติดอันดับมหาเศรษฐีของประเทศ หลังบริษัทของเขามีส่วนเกี่ยวข้องในความพยายามต่อสู้กับโรคระบาดใหญ่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ส่งผลให้ผลกำไรและหุ้นของเครือโรงพยาบาลยักษ์ใหญ่แห่งนี้พุ่งทะยาน

ลู ชูน ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของราฟเฟิลส์ เมดิคอล กรุ๊ป ลิมิเต็ด เวลานี้มีทรัพย์สินสุทธิ 1,100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 36,000 ล้านบาท) ข้อมูลจาก Bloomberg Billionaires Index ขณะที่ผู้ให้บริการดูแลสุขภาพแห่งนี้มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ และหุ้นทะยานถึง 104% จากระดับต่ำสุดในเดือนมีนาคม 2020

ราฟเฟิลส์ เมดิคอล เป็นผู้บริหารงานศูนย์ฉีดวัคซีน 15 แห่งในสิงคโปร์ และมีส่วนช่วยในการคัดกรองนักเดินทางผู้สัญจรข้ามพรมแดนทางอากาศ ภารกิจตรวจเชื้อก่อนเข้าร่วมกิจกรรมและตรวจเชื้อผู้โดยสารเรือสำราญก่อนออกเดินทาง

“ยามที่ประเทศกำลังเผชิญความท้าทายเช่นนี้ เราจำเป็นต้องเข้าช่วย” ลู กล่าว ขณะที่เขาและครอบครัวถือครองหุ้น 52% ของราฟเฟิลส์ เมดิคอล “แม้เราเป็นภาคเอกชน แต่เราป็นส่วนหนึ่งของระบบสาธารณสุข”

สิงคโปร์กำลังเร่งโครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชน และคาดหมายว่าจะฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนแก่ประชาชนได้ถึง 80% ในช่วงเดือนกันยายน เพื่อที่พวกเขาจะสามารถผ่อนปรนข้อจำกัดต่างๆ นานา ในนั้นรวมถึงเริ่มอนุญาตให้เดินทางอย่างอิสระโดยไม่ต้องเข้ารับการกักกันโรค

ราฟเฟิลส์ เมดิคอล ซึ่งมีคลินิกและศูนย์ปฏิบัติการมากกว่า 60 แห่งและมีโรงพยาบาล 1 แห่งทั่วเกาะสิงคโปร์ ได้เริ่มความพยายามต่อสู้กับโรคระบาดใหญ่ในเดือนมกราคม “ข้อเท็จจริงคือ ราฟเฟิลส์ เมดิคอล คือหนึ่งผู้ให้บริการทางการแพทย์ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ นั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถช่วยเหลือได้มากกว่าหนึ่งหนทาง” วี ควง เทย์ นักวิเคราะห์จาก ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ซิเคียวริตี สิงคโปร์ ระบุ พร้อมบอกว่า “การเข้ามามีส่วนร่วมของพวกเขา มอบประโยชน์แก่พวกเขาเอง”

หลายสิ่งหลายอย่างดูไม่สดใสนักครั้งที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เริ่มแพร่ระบาดเมื่อปีที่แล้ว ธุรกิจทั่วไปของราฟเฟิลส์ เมดิคอล เริ่มซบเซา เนื่องจากประชาชนไม่กล้าเข้าไปยังคลินิกและสถานพยาบาลต่างๆ ขณะเดียวกันทางการก็อนุญาตให้เหล่าผู้ให้บริการทางการแพทย์เปิดบริการเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น

“ระหว่างช่วงโควิด คนไข้เป็นกังวลและพยายามหยุดอยู่บ้าน” เขากล่าว “ผู้คนไม่ต้องการออกมาตรวจสุขภาพแล้วติดเชื้อโควิด-19” ดังนั้นทางบริษัทจึงได้ส่งแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่อื่นๆ เข้าประจำการตามพื้นที่ต่างๆ อย่างเช่นศูนย์ตรวจโควิด-19 และจุดคัดกรองของสนามบิน

ราฟเฟิลส์ เมดิคอล รายงานมีผลกำไรหลังหักภาษี 28.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 975 ล้านบาท) ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 138% และมีรายได้เพิ่มขึ้น 42% เป็น 343.8 ล้านดอลลาร์ (ราว 11,400 ล้านบาท)

นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2021 หุ้นของทางบริษัทพุ่งขึ้นกว่า 50% แล้ว ในขณะที่ดัชนีราคาหุ้นของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เพิ่มขึ้นเพียง 12%

อย่างไรก็ตาม ทาง ลู ชูน ยง ยืนยันว่าทรัพย์สินที่มีมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่ได้เป็นเครื่องตัดสินความสำเร็จของเขา “ผมไม่ได้วัดผลงานของเราหรือความหมายในชีวิตของผมจากมูลค่าด้านการตลาดหรือราคาหุ้น” เขากล่าว “สิ่งสำคัญและจริงจังที่สุดก็คือแนวทางที่ ราฟเฟิลส์ เมดิคอล ในฐานะองค์กรหนึ่งๆ ต้องดูแลคนไข้เป็นอย่างดี”