สุขภาพดี : วิธีกระตุ้นการขับถ่าย สำหรับคนท้องผูกง่าย การ ขับถ่าย อุจจาระ เป็นหนึ่งในกิจวัตรที่เราทุกคนควรทำให้ได้ทุกวัน แต่บางคนก็อาจประสบปัญหาท้องผูก ขับถ่ายยาก บางครั้งอาจต้องนั่งนานเกินครึ่งชั่วโมงกว่าจะถ่ายออก ซึ่งปัญหาขับถ่ายยากนี้ นอกจากจะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน และอาจทำให้คุณเสียความมั่นใจได้แล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ด้วย

มีวิธีกระตุ้นการขับถ่ายมาฝาก รับรองว่าทำแล้วคุณจะขับถ่ายได้คล่องขึ้น แถมยังช่วยให้สุขภาพดีขึ้นด้วย

วิธีกระตุ้นการขับถ่าย ที่ทำได้เองง่ายๆ

ดื่มน้ำมากๆ
การดื่มน้ำถือเป็นวิธีกระตุ้นการ ขับถ่าย ที่ทำได้ง่ายที่สุด หากคุณดื่มน้ำได้วันละ 8 แก้ว หรือให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย นอกจากจะช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้นแล้ว ยังช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น ภาวะขาดน้ำ ภาวะบวมน้ำ หากใครกลัวว่าจะดื่มน้ำเปล่าได้ไม่เพียงพอ ก็อาจเลือกกินผักหรือผลไม้ฉ่ำน้ำเสริมได้ เช่น แตงกวา ผักกาดแก้ว แคนตาลูป แตงโม มะเขือเทศ มะพร้าว ชมพู่ เสาวรส สาลี่

งดหรือลดอาหารและเครื่องดื่มบางชนิด
อาหารและเครื่องดื่มที่คุณบริโภคเข้าไปในแต่ละวัน สามารถส่งผลต่อระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายของคุณได้โดยตรง ให้คุณลองสังเกตและจดบันทึกไว้ว่า อาหารและเครื่องดื่มชนิดใดบ้างที่กินแล้วมีปัญหาขับถ่ายไม่สะดวก และเมื่อรู้แล้วก็ควรงดหรือลดการบริโภคอาหารเหล่านั้น ปัญหาในการ ขับถ่าย ของคุณก็จะทุเลาลง

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน (Caffeine) เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม
อาหารทอด หรืออาหารไขมันสูง
อาหารน้ำตาลสูง โดยเฉพาะชนิดที่เติมน้ำตาลแอลกอฮอล์ (Sugar Alcohols) เช่น ซอร์บิทอล (Sorbitol) แมนนิทอล (Mannitol) ไซลิทอล (Xylitol)
อาหารเผ็ด หรืออาหารรสจัด
กินผัก ผลไม้ และถั่วเพิ่มขึ้น

ผัก ผลไม้ และถั่วเป็นพืชที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์หรือกากใยอาหาร ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ และช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้น คุณจึง ขับถ่าย ได้คล่องกว่าเดิม หมดปัญหาท้องผูก โดยผัก ผลไม้ และถั่วที่เราแนะนำให้คุณกินเพื่อเพิ่มไฟเบอร์ ได้แก่

ผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล สตรอว์เบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ มะละกอ ส้ม อะโวคาโด ฝรั่ง

ผัก เช่น บรอกโคลี แครอท ผักโขม ปวยเล้ง

ถั่ว เมล็ดพืช และธัญพืช เช่น ถั่วพิสตาชิโอ อัลมอนด์ ถั่วแดง ถั่วลิสง เมล็ดฟักทอง เมล็ดดอกทานตะวัน ข้าวกล้อง ข้าวหอมนิล

แต่ข้อควรระวังในการบริโภคไฟเบอร์ ก็คือ คุณต้องกินไฟเบอร์แต่พอดี โดยปริมาณที่แนะนำต่อวันเท่ากับ 25-30 กรัม หากร่างกายได้รับไฟเบอร์มากไป อาจส่งผลให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และท้องผูกได้