รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำคิวบากลับเข้าสู่บัญชีดำการเป็น “รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย” เพียง 1 สัปดาห์ก่อนนายโจ ไบเดน ว่าที่ผู้นำสหรัฐคนใหม่ ซึ่งมีนโยบายฟื้นฟูความสัมพันธ์กับคิวบา จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ เรื่องการนำคิวบากลับเข้าสู่บัญชีดำการเป็น “รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย”  โดยนายไมค์ ปอมเปโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะรัฐบาลฮาวานายังคงมีความร่วมมือแนบแน่น กับรัฐบาลฝ่ายซ้ายเวเนซุเอลาของประธานาธิบดีนิโคลาส มาดูโร การเป็นสถานที่กบดานให้กับบรรดาผู้ร้ายหลบหนีคดีจากอเมริกา และความสัมพันธ์กับกองกำลังติดอาวุธฝ่ายซ้ายหลายกลุ่มในโคลอมเบีย
 
หากคิวบาต้องการพ้นจากบัญชีดำดังกล่าวอีกครั้ง ปอมเปโอกล่าวว่า “คณะผู้ปกครองของระบอบคาสโตร” ต้องยุติการดำเนินนโยบายสนับสนุนการก่อการร้ายข้ามขาติ และการทำลายกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลวอชิงตันจะยังคงสนับสนุน “ความปรารถนา” ของชาวคิวบา ในการมีรัฐบาลที่มีจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย และบริหารประเทศด้วยการมีความเคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพพลเมืองต่อไป

ทั้งนี้ สหรัฐจัดให้คิวบาเป็นหนึ่งในประเทศสนับสนุนการก่อการร้ายเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2525 ในสมัยของประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน และรัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ถอนชื่อคิวบาออก เมื่อปลายปี 2558 ตามหนึ่งในข้อตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์ “ให้กลับคืนสู้ระดับปกติ” และนายโจ ไบเดน ว่าที่ผู้นำสหรัฐคนใหม่ ส่งสัญญาณว่า ต้องการยกระดับความสัมพันธ์กับรัฐบาลฮาวานา
 
ด้านประธานาธิบดีมิเกล ดิแอซ-กาเนล ผู้นำคิวบา และนายราอูล คาสโตร เลขาธิการคนที่หนึ่งแห่งพรรคคอมมิวนิสต์คิวบา ซึ่งเป็นอดีตประธานาธิบดีและมีศักดิ์เป็นน้องชายของนายฟิเดล คาสโตร รัฐบุรุษแห่งชาติ ยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการต่อเรื่องนี้ ขณะที่นายบรูโน โรดริเกซ รมว.การต่างประเทศคิวบา ประณามความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลวอชิงตัน “เป็นการเหยียดหยามและดูถูกคิวบา” ส่วนนายจอห์น เอส. คาวูลิช ประธานหอการค้าสหรัฐ-คิวบา เตือนว่าภาคธุรกิจทั้งสองฝ่ายจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้